พฤติกรรมแบบไหนเสี่ยงท้องผูกได้

 

หากคุณเป็นมนุษย์ที่บ้างานคนหนึ่งคงไม่รอดพ้นจากโรคท้องผูกอย่างแน่นอน !!

1.ไม่ชอบกินผัก ผลไม้ และธัญพืชในปริมาณพอเหมาะ ใยอาหารในผัก ผลไม้ และธัญพืชไม่ขัดสี มีความสำคัญต่อระบบทางเดินอาหารในร่างกาย โดยทำหน้าที่เก็บกวาดเศษอาหารภายในลำไส้ ช่วยให้อุจจาระจับตัวเป็นก้อนและง่ายต่อการขับถ่าย คนทำงานที่ไม่ใส่ใจสุขภาพ กินแต่ข้าวขัดขาว ขนมปังขาวขนมกรุบกรอบ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และอาหารอื่นที่ปราศจากใยอาหาร จึงมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคท้องผูกโดยง่าย

2. ดื่มน้ำน้อยต่อวันไม่ถึง 8 แก้ว เพราะน้ำมีบทบาทสำคัญช่วยให้อุจจาระอ่อนตัวและเคลื่อนออกจากลำไส้ได้ง่าย หลายคนจดจ่อกับการทำงานจนลืมดื่มน้ำระหว่างวัน ทั้งต้องนั่งอยู่ในห้องแอร์ซึ่งมีอากาศแห้ง และดื่มกาแฟซึ่งมีฤทธิ์กระตุ้นให้ขับปัสสาวะ ร่างกายจึงสูญเสียน้ำเพิ่มขึ้น ทำให้ปริมาณน้ำในร่างกายไม่เพียงพอ อุจจาระจึงแข็ง และเคลื่อนตัวช้า ส่งผลให้ขับถ่ายลำบาก เกิดอุปสรรคในการดำเนินชีวิต

3.เอ๊ะอะอะไรก็เครียด ความเครียดส่งผลต่อระบบประสาทอัตโนมัติซึ่งอยู่นอกอำนาจจิตใจ โดยจะทำงานควบคุมอวัยวะภายในรวมถึงระบบขับถ่าย ดังนั้นคนทำงานที่ต้องประสบกับภาวะเครียดเป็นประจำจึงมักพบว่าเป็นโรคท้องผูกเรื้อรัง เพราะคุณเองไม่ย่อมผ่อนคลาย

4.ชอบกลั้นอุจจาระอยู่บ่อยๆ วิถีชีวิตที่เร่งรีบทำให้ไม่มีเวลาขับถ่าย เช่น ต้องออกจากบ้านแต่เช้ามืดเพื่อไปทำงาน เมื่อถึงเวลาที่ร่างกายต้องการขับถ่ายกลับไม่สามารถทำได้ เพราะรถติดอยู่บนท้องถนน ครั้นพอถึงที่ทำงาน บางคนไม่อยากเข้าห้องน้ำเพราะเกรงว่าไม่สะอาด สุดท้ายจึงกลายเป็นว่าไม่ได้ขับถ่ายตลอดทั้งวัน หากการกลั้นอุจจาระเช่นนี้บ่อยครั้ง เส้นประสาทรอบทวารหนักอาจเกิดอาการชินชา เมื่อมีอุจจาระมากระตุ้นก็ไม่ส่งสัญญาณให้เกิดการขับถ่าย ทำให้กลายเป็นโรคท้องผูกเรื้อรังได้

5.พอถ่ายไม่ออกก็กินยาระบายเป็นประจำ ยาระบายกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ ช่วยให้ขับถ่ายสะดวก แต่หากใช้เป็นประจำอาจทำให้ลำไส้ชินต่อการกระตุ้น เมื่อหยุดใช้ยา ลำไส้จะไม่เคลื่อนตัวเพื่อขับถ่ายตามปกติ และจำเป็นต้องใช้ยาทุกครั้งเพื่อกระตุ้นให้ขับถ่าย โดยสุดท้ายก็ต้องกลับมาเพิ่งยาอีกครั้งแล้วครั้งเล่า

6.สาเหตุที่เกิดจากโรคทางกาย ได้แก่ เบาหวาน ต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยกว่าปกติ ภาวะแคลเซียมในเลือดสูง โรคทางระบบประสาทต่างๆ เช่น ได้รับบาดเจ็บหรือมีโรคที่สมองหรือไขสันหลัง โรคพาร์กินสัน เป็นต้น