อยากลดน้ำหนัก แต่ทำไมน้ำหนักไม่ลด

 

 

1. ความเครียด

ความเครียดย่อมส่งผลให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นหรือลดน้ำหนักได้น้อยลง การเครียดติดต่อกันจะทำให้ระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลเพิ่มขึ้นและทำให้อยากอาหารเพิ่มขึ้น รวมถึงไขมันที่สะสมบริเวณรอบเอวมากขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวาน คลอเรสเตอรอลสูง และปัญหาสุขภาพอื่นๆ คุณควรหาเวลาผ่อนคลายความเครียดเพียงวันละไม่กี่นาที หรือลดชั่วโมงการทำงานลงพร้อมกับเพิ่มเวลาสันทนาการให้มากขึ้น

2. นอนหลับไม่เพียงพอ

การอดนอนจะทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ดังนั้นยิ่งนอนเยอะก็ยิ่งลดน้ำหนักได้มากขึ้น เนื่องจากการอดนอนจะส่งผลกระทบต่อระบบเผาผลาญทำให้คุณรู้สึกหิวแม้ว่าตอนนั้นจะไม่หิวก็ตาม นอกจากนี้ยังส่งผลต่อการหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการอยากอาหาร รวมถึงทำให้คุณรู้สึกสับสน หดหู่ และอารมณ์แปรปรวนด้วย คุณควรพยายามเข้านอนในเวลาเดียวกันทุกคืนและถ้าทำได้ควรนอนให้ได้อย่างน้อย 8 ชั่วโมง

3. รับประทานอาหารกินความพอดี

หากคุณจริงจังกับการลดน้ำหนักก็ควรจริงจังกับการรับประทานอาหารด้วย เริ่มจากหมั่นสังเกตปริมาณแคลอรี่และสารอาหารต่างๆที่บริโภคเข้าไป ที่สำคัญควรใส่ใจเรื่องระบบเผาผลาญที่จะเสื่อมประสิทธิภาพลงเมื่ออายุมากขึ้นหากคุณไม่รู้จักควบคุมมวลกล้ามเนื้อ คุณควรออกกำลังกายและเริ่มยกน้ำหนักได้แล้วเพื่อให้ระบบเผาผลาญทำงานอย่างเหมาะสม

4. ออกกำลังกายไม่ถูกวิธี

ออกกำลังกายมาจะเดือนหนึ่งแล้ว ทำไมน้ำหนักยังเท่าเดิม? จริงๆ แล้ว การลดน้ำหนัก ไม่ใช่โฟกัสแค่ที่การออกกำลังกายเท่านั้น แต่อยู่ที่การกินเราด้วยค่ะ การกิน 70% การออกกำลังกาย 30% หากคุณออกกำลังกายหนัก แต่ก็ยังกินหนักไปด้วย ก็ยังทำให้การลดน้ำหนักคุณไม่ได้ผลสักที และไม่ควรออกกำลังกายแบบเดิมซ้ำๆ ไปทุกวัน ควรผสมทั้งคาร์ดิโอและเวทเทรน์นิ่ง เพื่อให้ร่างกายได้เบิร์นไขมันและสร้างกล้ามเนื้อขึ้นมาแทน อีกอย่างก็คือ พอเราออกกำลังกายไปสักพักแล้ว ก็ต้องเพิ่มความหนักของการออกกำลังกายค่ะ เพราะการออกกำลังกายในระดับเดิมตลอด กล้ามเนื้อเราจะเคยชิน ร่างกายจะเบิร์นได้เท่าเดิม ทำให้น้ำหนักตัวคุณคงที่นั่นเอง

5. ใจร้อนอยากรู้ผลลัพธ์ไว

อย่าลืมการลดน้ำหนักหนึ่งปอนด์ (0.45 กิโลกรัม) คุณต้องกำจัดไขมันส่วนเกินวันละ 500 แคลอรี่ติดต่อกันทุกวันเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ ปริมาณแคลอรี่ที่เผาผลาญด้วยการออกกำลังกายมักจะเกี่ยวข้องกับสิ่งที่วัดค่าไม่ได้ เช่น ระดับในการทำงานหรือระดับความแข็งแรงของคุณ ลองให้เวลาร่างกายของตัวเองในการตอบสนองต่อสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ อาจจะนานหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนกว่าที่มันจะเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจน ดังนั้นอย่าเพิ่งสติแตกถ้าคุณยังไม่เห็นผลภายในไม่กี่สัปดาห์ จงอดทนและมีความสุขกับการเดินทางแทนที่จะเอาแต่สนใจปลายทาง

6. บางคนไม่จำเป็นต้องลดน้ำหนัก

ไม่ใช่ทุกคนที่ต้องลดน้ำหนัก เนื่องจากคนเราล้วนมีรูปร่างที่แตกต่างกัน ลองถามตัวเองดูว่าคุณจำเป็นต้องลดน้ำหนักจริงเหรอ? คุณมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวานหรือโรคหัวใจหรือเปล่า? ดัชนีมวลกายของคุณต่ำกว่ามาตรฐานงั้นเหรอ? ถ้าใช่คุณก็สามารถลดน้ำหนักเพื่อสุขภาพได้ อย่างไรก็ตามขอแค่คุณพอใจและมีความสุขกับน้ำหนักตัวปัจจุบันก็พอ

7. เพิ่มประสิทธิภาพในเผาผลาญไขมัน

กาแฟเป็นเครื่องดื่มอีกหนึ่งอย่างที่ทุกๆคนชอบดื่ม ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษาหรือวัยทำงาน โดยส่วนมากที่ดื่มอาจเพียงเพราะแค่อยากให้ร่างกายตื่นตัวเท่านั้น บางคนก็อาจชอบรสชาติหรือกลิ่นที่หอม แต่รู้ไหมว่าการดื่มกาแฟยังสามารถลดน้ำหนักได้อีกด้วย เพราะมีผลการวิจัยพบว่า เมื่อดื่มกาแฟก่อนการออกกำลังกายประมาณ 30 นาที คาเฟอีนในกาแฟที่ร่างกายเราได้รับ จะทำให้หัวใจสูบฉีดโลหิตได้ดีขึ้น ร่างกายมีอัตราการเผาผลาญพลังงานจากไขมัน มากกว่าพลังงานจากคาร์โบไฮเดรต (หรือแป้งและน้ำตาล) และถ้าเป็นกาแฟที่มีส่วนผสมของไซเลียมฮัสค์อย่างกาแฟพาดาโซ่ ก็จะช่วยลดน้ำตาลในเม็ดเลือดได้อีกด้วย แล้วยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการออกกำลังกายได้มากขึ้นและอึดขึ้นกว่าเดิมถึง 12% อีกด้วย กาแฟพาดาโซ่จะช่วยให้ได้ผลมากกว่ากาแฟทั่วไปที่แค่ทำให้รู้สึกตื่นตัว กาแฟพาดาโซ่พัสยังช่วยเร่งเผาผลาญไขมันได้ดีอีกด้วย